แดชบอร์ดจัดการหลายลูกค้า 2026: เครื่องมือสำหรับ Agency โซเชียลมีเดียไทย

ถ้าคุณเป็น Agency ที่ดูแลลูกค้าหลายรายพร้อมกัน คุณน่าจะเจอปัญหาเหล่านี้: ข้อมูลกระจัดกระจายใน Excel หลายไฟล์, รายงานส่งช้าเพราะต้องรวมข้อมูลทีละบัญชี, ลูกค้าถามผลงานแล้วต้องค้นหาหลายที่ บทความนี้จะช่วยคุณแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วย{' '}Dashboard จัดการหลายลูกค้า ที่ดูข้อมูลได้ในที่เดียว
อ่านจบแล้วได้อะไรบ้าง:
- เข้าใจว่า Agency Dashboard ต้องมีอะไรบ้าง
- เปรียบเทียบ 5 เครื่องมือยอดนิยม: Sprout Social, Hootsuite, Lark Base, Google Data Studio, Metricool
- วิธีตั้งค่า Multi-Client Dashboard ฟรีด้วย Lark Base
- Template Dashboard พร้อมใช้งานเลย
- เทคนิคการทำ White-Label Report ให้ลูกค้า
เหมาะกับ: Digital Agency, Social Media Agency, Marketing Consultant ที่ดูแลลูกค้า 3+ รายขึ้นไป
ตลาด Agency ไทยในปี 2025: ทำไม Dashboard ถึงสำคัญ
ตามข้อมูลจาก Statista{' '} ตลาด Social Media Advertising ในไทยมีมูลค่ากว่า $800 ล้านเหรียญ ในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโต 8% ต่อปี นี่หมายความว่า Agency ที่สามารถ วัดผลและรายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน
73%
ของลูกค้าต้องการ Real-time Report
45%
ของ Agency ใช้เวลา 5+ ชม./สัปดาห์ ทำรายงาน
2.5x
Retention ดีขึ้นเมื่อมี Dashboard ชัดเจน
จากการสำรวจของ HubSpot State of Marketing 2024{' '} พบว่า Agency ที่มี Dashboard รายงานผลให้ลูกค้าได้ทันที มี Client Retention Rate สูงกว่า Agency ที่ยังใช้ Excel ถึง 2.5 เท่า เพราะลูกค้าสามารถเห็นความคืบหน้าและ ROI ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอรายงานรายเดือน
ปัญหาที่ Agency ไทยเจอบ่อยที่สุด
ข้อมูลกระจัดกระจาย
- Facebook Insights ของลูกค้า A
- Google Analytics ของลูกค้า B
- TikTok Analytics ของลูกค้า C
- Excel รายงานสัปดาห์ละหลายไฟล์
เสียเวลารวมข้อมูล
- ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง/ลูกค้า ต่อเดือน
- Copy-paste ข้อมูลจากหลายแหล่ง
- ทำ Report ซ้ำทุกเดือน
- ข้อมูลไม่ Real-time ตอนลูกค้าถาม
ลองคำนวณดู:
ถ้าคุณมีลูกค้า 10 ราย และใช้เวลา 3 ชั่วโมง ต่อรายในการทำรายงานรายเดือน:
= 30 ชั่วโมง/เดือน = เกือบ 4 วันทำงาน หายไปกับการรวมข้อมูล!
Agency Dashboard ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?
| Feature | ทำไมต้องมี | ระดับความสำคัญ |
|---|---|---|
| Multi-Account View | ดูข้อมูลลูกค้าหลายรายในที่เดียว | สำคัญมาก |
| White-Label Report | ส่งรายงานในชื่อ Agency ได้ | สำคัญมาก |
| Auto Data Sync | ดึงข้อมูลอัตโนมัติจาก Social Platforms | สำคัญ |
| Client Access Control | ให้ลูกค้าดูได้เฉพาะข้อมูลตัวเอง | สำคัญ |
| Scheduled Reports | ส่งรายงานอัตโนมัติทุกสัปดาห์/เดือน | ดีถ้ามี |
| Cross-Platform Data | รวม FB, IG, TikTok, Google ในที่เดียว | ดีถ้ามี |
เปรียบเทียบ 5 เครื่องมือยอดนิยมสำหรับ Agency
| เครื่องมือ | ราคา/เดือน | Multi-Account | Auto Sync | White-Label | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| Sprout Social | $249+ | 5+ profiles | Agency ใหญ่ | ||
| Hootsuite | $99+ | 10 profiles | Enterprise only | Agency กลาง | |
| Metricool | $18+ | 5 brands | Agency เล็ก | ||
| Google Looker Studio | ฟรี | ไม่จำกัด | ต้อง setup | ทุกขนาด | |
| Lark Base | ฟรี | ไม่จำกัด | Manual/API | SME Agency |
คำแนะนำจาก Hypelive:
- Agency เล็ก (1-5 ลูกค้า): เริ่มด้วย Lark Base หรือ Metricool
- Agency กลาง (5-15 ลูกค้า): Hootsuite + Google Data Studio
- Agency ใหญ่ (15+ ลูกค้า): Sprout Social หรือ Custom Solution
วิธีสร้าง Multi-Client Dashboard ฟรีด้วย Lark Base
เราจะใช้ Lark Base{' '} เพราะฟรีและยืดหยุ่นมาก ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย:
ขั้นตอนที่ 1: สร้างโครงสร้างข้อมูล
สร้าง Base ใหม่และเพิ่ม Table เหล่านี้:
- Clients: ข้อมูลลูกค้าทั้งหมด (ชื่อ, แพ็กเกจ, วันเริ่มสัญญา)
- Social Metrics: ข้อมูล KPIs รายสัปดาห์ (Reach, Engagement, Followers)
- Content Log: โพสต์ที่ทำให้แต่ละลูกค้า
- Ad Spend: งบโฆษณาและผลลัพธ์
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่า Field ที่สำคัญ
| Table | Field | Type | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Clients | Client Name | Text | Primary Key |
| Clients | Package | Single Select | Basic/Pro/Enterprise |
| Social Metrics | Client | Link | เชื่อมกับ Clients |
| Social Metrics | Week | Date | สัปดาห์ที่บันทึก |
| Social Metrics | Platform | Single Select | FB/IG/TikTok/YouTube |
ขั้นตอนที่ 3: สร้าง Dashboard View
- เพิ่ม Dashboard View: คลิก + ข้างชื่อ Table แล้วเลือก Dashboard
- เลือก Filter: ใช้ Client Name เป็น Filter หลัก เพื่อดูลูกค้าทีละราย
- เพิ่ม Charts:
- Line Chart: Followers Growth ตลอดเวลา
- Bar Chart: Engagement เปรียบเทียบ Platform
- Number Cards: Total Reach, Total Posts, Avg Engagement Rate
- จัด Layout: ลาก Chart ให้เรียงตามความสำคัญ
ขั้นตอนที่ 4: แชร์ให้ลูกค้า
- Share Link: สร้าง View เฉพาะลูกค้าแต่ละราย แล้ว Share ได้
- Permission: ตั้งค่าให้ดูอย่างเดียว (View Only)
- Embed: ฝังใน Website หรือ Client Portal ได้
KPIs ที่ Agency ต้องติดตามให้ลูกค้า
Growth Metrics
- Follower Growth Rate: % เพิ่มขึ้นต่อเดือน
- Reach Growth: การเข้าถึงเพิ่มขึ้นแค่ไหน
- Impression Trend: แนวโน้มการแสดงผล
Engagement Metrics
- Engagement Rate: (Likes+Comments+Shares)/Reach
- Comment Sentiment: Positive/Negative ratio
- Share Rate: % คนที่แชร์
Content Metrics
- Post Frequency: จำนวนโพสต์ต่อสัปดาห์
- Best Performing Content: โพสต์ที่ได้ผลดีสุด
- Content Mix: สัดส่วน Video/Image/Carousel
ROI Metrics
- Cost per Engagement: งบ/Engagement
- ROAS: Return on Ad Spend
- Cost per Lead: ต้นทุนต่อ Lead
Template Dashboard ฟรีสำหรับ Agency
ดาวน์โหลด Template เหล่านี้ได้ฟรี:
- Client Overview Dashboard:ดูภาพรวมลูกค้าทั้งหมดในหน้าเดียว
- Social Media Performance Report:รายงานรายเดือนสำหรับส่งลูกค้า
- Content Calendar + Analytics:ปฏิทินคอนเทนต์พร้อมติดตามผล
เคล็ดลับจาก Agency ที่ใช้จริง
1. ตั้ง Naming Convention ให้ชัด
ใช้รูปแบบ [ClientCode]_[Platform]_[Metric] เช่น ABC_FB_Reach, XYZ_IG_Engagement เพื่อให้ค้นหาและ Filter ง่าย
2. ทำ Weekly Snapshot
บันทึกข้อมูลทุกวันจันทร์ เพื่อเปรียบเทียบ Week-over-Week ได้ ลูกค้าชอบดู % เปลี่ยนแปลงมากกว่าตัวเลขดิบ
3. เตรียม Benchmark
เก็บ Industry Benchmark ไว้ในอีก Table หนึ่ง เพื่อโชว์ลูกค้าว่าผลงานเทียบกับตลาดเป็นยังไง
4. ใช้ Automation ช่วย
เชื่อม Lark Base กับ n8n หรือ Zapier เพื่อดึงข้อมูลจาก Social Platforms อัตโนมัติ ประหยัดเวลาได้เยอะมาก
Case Study: Agency ไทยที่ใช้ Dashboard เพิ่ม Retention 40%
Digital Agency ขนาด 8 คน ดูแลลูกค้า 12 ราย
ก่อนใช้ Dashboard:
- ใช้เวลา 4 ชม./ลูกค้า ทำรายงานรายเดือน
- ลูกค้าถามข้อมูลแล้วต้องหาให้ 1-2 วัน
- Client Retention Rate: 60% ต่อปี
- ข้อมูลกระจายใน Excel 20+ ไฟล์
หลังใช้ Lark Base Dashboard:
- ใช้เวลา 30 นาที/ลูกค้า อัปเดตข้อมูลสัปดาห์
- ลูกค้าดู Dashboard เองได้ตลอดเวลา
- Client Retention Rate: 84% ต่อปี (+40%)
- ข้อมูลรวมไว้ใน Base เดียว แชร์ทีมได้
ผลลัพธ์: ประหยัดเวลา 42 ชม./เดือน และรักษาลูกค้าได้ดีขึ้น 40% ภายใน 6 เดือน
สิ่งสำคัญที่ Agency นี้ทำคือ ให้ลูกค้า Access เข้าดู Dashboard ได้ตลอดเวลาแทนที่จะรอรายงานรายเดือน ลูกค้าสามารถเข้าไปดู KPIs ได้เองเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ความเชื่อมั่นและความโปร่งใสเพิ่มขึ้นมาก ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับข้อมูลครบถ้วน และเห็นความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายให้ Agency
คำถามที่ Agency ถามบ่อย (FAQ)
ควรให้ลูกค้าเข้าดู Dashboard เองได้ไหม?
แนะนำให้ทำ เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดภาระการถามข้อมูลซ้ำๆ แต่ควรตั้ง Permission ให้ลูกค้าดูได้อย่างเดียว (View Only) และกรองเฉพาะข้อมูลของตัวเอง ใช้{' '}Lark Base{' '} สามารถสร้าง Filtered View สำหรับลูกค้าแต่ละรายได้
ถ้าลูกค้าไม่เข้าใจ Dashboard ควรทำยังไง?
ใน Meeting แรกควร Walk-through ให้ลูกค้าดูว่าแต่ละ Section คืออะไร และทำ Glossary อธิบายศัพท์เทคนิค เช่น Engagement Rate, ROAS หรือใส่คำอธิบายสั้นๆ ไว้ใน Dashboard ได้เลย ใช้ Text Block ใน Lark Base
ลูกค้าจะใช้ข้อมูลไปเทียบกับ Agency อื่นไหม?
อาจเกิดขึ้นได้ แต่ ถ้าผลงานดี ความโปร่งใสจะเป็นจุดแข็งAgency ที่กล้าแสดงข้อมูลครบถ้วนจะดูน่าเชื่อถือกว่า และถ้าลูกค้าเห็นว่าผลงานดีจริง พวกเขาจะอยู่ต่อ
งบจำกัดมาก ใช้อะไรดี?
เริ่มต้นด้วย Lark Base (ฟรี) หรือ Google Looker Studio (ฟรี)ทั้งสองตัวรองรับ Multi-client ได้ไม่จำกัด แค่ต้องกรอกข้อมูลเอง เมื่อมีงบมากขึ้นค่อยอัปเกรดไปใช้ Metricool หรือ Hootsuite ที่ดึงข้อมูลอัตโนมัติ
สรุป: เริ่มต้นได้เลยวันนี้
การมี Multi-Client Dashboard ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการ สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจที่ช่วยให้ Agency ของคุณดูเป็นมืออาชีพ รักษาลูกค้าได้ดีขึ้น และประหยัดเวลาทำรายงาน
- ขั้นตอนที่ 1: ประเมินว่าลูกค้าแต่ละรายต้องการติดตาม KPIs อะไรบ้าง
- ขั้นตอนที่ 2: เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับงบและจำนวนลูกค้า
- ขั้นตอนที่ 3: สร้างโครงสร้างข้อมูลและ Dashboard View
- ขั้นตอนที่ 4: Test กับลูกค้า 1-2 รายก่อน แล้ว Rollout ทั้งหมด
- ขั้นตอนที่ 5: ตั้ง Schedule อัปเดตและ Review ประจำสัปดาห์


